Categories
Bone Broth Gut-Brain Connection Lifestyle Nutrition

โบนบรอธ (Bone Broth) 101: วัว หมู หรือไก่ เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์สุขภาพ?

เทรนด์การดูแลสุขภาพในยุคนี้ คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อของ "โบนบรอธ" (Bone Broth) หรือน้ำซุปกระดูกเคี่ยวสกัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ซุปเปอร์ฟู้ด" ดื่มง่ายแต่ให้ประโยชน์มหาศาล โดยเฉพาะเรื่องของ "คอลลาเจน" และกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที

แต่เวลาที่เราไปเลือกซื้อโบนบรอธ คำถามที่มักจะตามมาคือ “แล้วกระดูกวัว กระดูกหมู กับกระดูกไก่ มันต่างกันอย่างไร?” ความจริงก็คือ กระดูกแต่ละชนิดให้คอลลาเจนที่โดดเด่นต่างกัน และตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพที่ไม่เหมือนกัน วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า ร่างกายของคุณกำลังต้องการโบนบรอธจากกระดูกชนิดไหนกันแน่!

1. บีฟโบนบรอธ (Beef Bone Broth) หรือซุปกระดูกวัว : ราชาแห่งผิวพรรณและการชะลอวัย

หากเป้าหมายหลักของคุณคือความงามและการดูแลตัวเองจากภายใน ซุปกระดูกวัวคือคำตอบที่ตรงจุดที่สุด

  • คอลลาเจนที่ซ่อนอยู่: อุดมไปด้วยคอลลาเจน Type I และ Type III ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกายมนุษย์

  • ประโยชน์เน้นๆ: คอลลาเจน Type I คือโครงสร้างหลักของผิวหนัง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวดูอิ่มฟู และยังบำรุงเล็บกับเส้นผมให้แข็งแรงไม่เปราะง่าย ส่วน Type III จะเข้าไปช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและหลอดเลือด

  • รสชาติ: เข้มข้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเนื้อวัวที่ชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติหนักแน่น

2. ซุปกระดูกไก่ (Chicken Bone Broth): ตัวช่วยเรื่องข้อต่อและผู้ที่มีปัญหาลำไส้

สำหรับใครที่มีอาการปวดเข่า กรอบแกรบตามข้อ หรือมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ซุปกระดูกไก่คือเพื่อนแท้ของคุณ การใช้โครงไก่และตีนไก่มาเคี่ยว จะให้เจลาตินในปริมาณที่สูงมาก

  • คอลลาเจนที่ซ่อนอยู่: โดดเด่นสุดๆ ในเรื่องของคอลลาเจน Type II

  • ประโยชน์เน้นๆ: คอลลาเจน Type II เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน (Cartilage) จึงช่วยลดการอักเสบตามข้อต่อต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ซุปกระดูกไก่นั้นย่อยง่ายที่สุด อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ช่วยสมานแผลในเยื่อบุลำไส้ (Gut Healing) เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะลำไส้รั่ว (Leaky Gut) หรือเพิ่งฟื้นไข้

  • รสชาติ: กลมกล่อม คุ้นเคย ซดง่าย เบาสบายท้อง เป็นรสชาติที่ทานง่าย

3. ซุปกระดูกหมู (Pork Bone Broth): แหล่งรวมเจลาตินเพื่อการฟื้นฟูขั้นสุด

ซุปกระดูกหมูอาจจะไม่ค่อยถูกพูดถึงในวงการอาหารเสริมตะวันตกเท่าไหร่นัก แต่ในเอเชีย นี่คือยาบำรุงกำลังชั้นยอด ยิ่งถ้าใช้ส่วนที่มีเส้นเอ็นติดเยอะๆ อย่างคากิมาเคี่ยว น้ำซุปที่ได้จะมีความข้นและให้สัมผัสที่ลื่นคอ (Gelatinous) อย่างเห็นได้ชัด

  • คอลลาเจนที่ซ่อนอยู่: เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของคอลลาเจนทั้ง Type I, II และ III

  • ประโยชน์เน้นๆ: เจลาตินเข้มข้นจากกระดูกหมูเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนรูปเป็นคอลลาเจน ช่วยเคลือบปกป้องระบบทางเดินอาหาร ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูพละกำลัง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และให้ไขมันดีที่ช่วยให้อิ่มอยู่ท้องนานขึ้น

  • รสชาติ: หวานมัน อูมามิ อร่อย

สรุปสั้นๆ ก่อนตัดสินใจ:

  • อยากผิวสวย หน้าใส เล็บแข็งแรง เลือกกระดูกวัว

  • ปวดเข่า เน้นบำรุงข้อต่อ ลำไส้แปรปรวน เลือกกระดูกไก่

  • ต้องการเจลาตินสูง ฟื้นฟูร่างกาย รสชาติอูมามิ เลือกกระดูกหมู

แต่ถ้าคุณอยากกินบีฟโบนบรอธแต่กังวลว่าจะได้ Type ของคอลลาเจนไม่สมดุล

ขอแนะนำ ไอฟาสต์บีฟโบนบรอธ (iFast Beef Bone Broth) ที่ได้สร้างสรรค์ส่วนผสมมาอย่างลงตัว โดยใช้กระดูกวัวเป็นหลักเพื่อจัดเต็มคอลลาเจน Type I และ III พร้อมเสริมด้วยกระดูกไก่บางส่วน เพื่อเติมเต็มคอลลาเจน Type II ให้คุณได้รับประโยชน์จากคอลลาเจนครบทั้ง 3 ชนิดอย่างสมบูรณ์แบบ

ที่สำคัญ เรายังใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยการใช้สมุนไพรและผักสดที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ นำมาเคี่ยวรวมกันจนได้น้ำซุปที่มีกลิ่นหอมเตะจมูก ไร้กลิ่นคาว รสชาติกลมกล่อม และให้อูมามิที่ลงตัวสุดๆ... เป็นความอร่อยและสุขภาพดีในถ้วยเดียวที่คุณต้องลอง!

ข้อมูลอ้างอิง (References):

Categories
Bone Broth Gut-Brain Connection Lifestyle Mind-Body Connection Nutrition Sleep Toxin

Bone Broth Fasting: กู้ร่างพังหลังปาร์ตี้ปีใหม่ ดีท็อกซ์ตับ-ลำไส้-ผิว ฉบับเร่งด่วน!

สวัสดีค่ะชาวออฟฟิศและฟรีแลนซ์ทุกคน! Happy New Year 2026 นะคะ!

ผ่านพ้นช่วงเทศกาลแห่งความสุขไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงจัดเต็มทั้งปาร์ตี้ บุฟเฟต์ หมูกระทะ แอลกอฮอล์ และขนมหวานกันแบบ Non-stop ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่พุงที่ยื่นออกมาเท่านั้น แต่คืออาการ “Post-Holiday Syndrome” ทางกายภาพที่ฟ้องออกมาชัดเจน ทั้งตัวบวมน้ำ อึดอัดท้อง ผิวแห้งกร้าน สิวเห่อ และที่หนักสุดคือ สมองตื้อ (Brain Fog) คิดงานไม่ออก เพราะร่างกายอักเสบจากการรับน้ำตาลและแป้งแปรรูปมากเกินไป

ถ้าใครกำลังมองหาวิธีกู้ร่างแบบด่วนจี๋ ที่ไม่ต้องอดอาหารให้ทรมาน แถมยังช่วยให้สมองไบรท์พร้อมทำงานได้ทันที เรามีตัวช่วยที่เวิร์กสุดๆ มาแนะนำค่ะ นั่นคือ “Bone Broth Fasting”

ทำไมต้อง Bone Broth Fasting? ดีกว่าอดอาหารทั่วไปยังไง?

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ Water Fasting (ดื่มแต่น้ำเปล่า) ซึ่งโหดเกินไปสำหรับคนต้องใช้สมองทำงาน Bone Broth Fasting คือทางสายกลางที่ “ฉลาดกว่า” เพราะเป็นการ “พักระบบย่อยอาหาร” ให้ตับและลำไส้ได้หยุดพักงานหนัก แต่เซลล์ในร่างกายยังได้รับ “สารอาหารเกรดพรีเมียม” อย่างต่อเนื่อง ทำให้เราไม่โหย ไม่หน้ามืด และยังมีแรงปั่นงานต่อได้สบายๆ

5 เหตุผลที่ Bone Broth คือฮีโร่กู้ร่าง (Rescue Remedy) ของคนวัยทำงาน

นอกจากเรื่องดีท็อกซ์แล้ว น้ำต้มกระดูกยังมีประโยชน์แฝงที่แก้ปัญหาชาวออฟฟิศได้ตรงจุดสุดๆ ถึง 5 ข้อ:

1. ซ่อมแซมลำไส้ที่อ่อนล้า (Gut Healing) ปาร์ตี้หนักๆ ทำร้ายผนังลำไส้เรามากกว่าที่คิด ทั้งจากแอลกอฮอล์และน้ำตาล ในน้ำต้มกระดูกที่เคี่ยวนานๆ (24 ชม. ขึ้นไป) จะอุดมไปด้วย Gelatin (เจลาติน) และกรดอะมิโน Glutamine (กลูตามีน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือน “กาวชีวภาพ” ช่วยสมานผนังลำไส้ ลดอาการลำไส้รั่ว (Leaky Gut) ต้นเหตุของอาการแพ้อาหารแฝงและท้องอืดเรื้อรัง

2. ช่วยตับขับสารพิษ (Liver Support) ตับทำงานหนักที่สุดในช่วงปีใหม่เพื่อกำจัดแอลกอฮอล์ Bone Broth มีกรดอะมิโน Glycine (ไกลซีน) สูงมาก ซึ่งไกลซีนเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสร้าง Glutathione (สารต้านอนุมูลอิสระตัวแม่ของร่างกาย) ช่วยบูสต์ประสิทธิภาพให้ตับขับสารพิษตกค้างได้รวดเร็วขึ้น

3. บำรุงข้อต่อ แก้ปวดหลัง-คอ-บ่า (Joint & Bone Health) ข้อนี้สำคัญมากสำหรับชาวออฟฟิศซินโดรม! ใน Bone Broth อัดแน่นไปด้วย Collagen Type II, Glucosamine, และ Chondroitin แบบธรรมชาติที่ดูดซึมง่าย ช่วยลดการอักเสบของข้อต่อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานนานๆ ได้ดีกว่าการกินยาแก้ปวด

4. ลดบวมและเติมน้ำให้ผิว (Hydration & Glow) อาการหน้าบวม ตัวบวม ส่วนหนึ่งเกิดจากการทานเค็ม (Sodium) และภาวะขาดน้ำจากแอลกอฮอล์ Bone Broth อุดมไปด้วยเกลือแร่ธรรมชาติ (Electrolytes) เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม ช่วยปรับสมดุลน้ำ ลดอาการบวมน้ำ และคืนความชุ่มชื้นให้ผิวที่แห้งกร้านกลับมาดูอิ่มน้ำ สดใสขึ้นทันตา

5. หลับลึกขึ้น (Better Sleep Quality) กรดอะมิโน Glycine ในน้ำซุป มีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและลดอุณหภูมิแกนกลางลำตัว ช่วยให้เราเข้าสู่โหมดการนอนหลับได้ง่ายและลึกขึ้น ใครที่มีปัญหานอนไม่หลับเพราะความเครียดสะสม ต้องลองดื่มซุปอุ่นๆ ก่อนนอนดูค่ะ

How-to: โปรแกรม Bone Broth Fasting 24 ชม. (ฉบับสมบูรณ์)

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดและไม่ทรมาน เราขอแนะนำสเต็ปการเตรียมตัวและการ “ออก” จาก Fasting อย่างถูกวิธีด้วยค่ะ

Phase 1: เตรียมตัว (The Prep)

  • 1 วันล่วงหน้า: ลดแป้ง ขงหวาน และงดแอลกอฮอล์ เพื่อลดระดับอินซูลินในเลือด จะช่วยให้เข้าสู่โหมดเผาผลาญไขมันได้ไวขึ้น และลดอาการปวดหัวระหว่างทำ Fasting

Phase 2: วันทำ Fasting (The Fast)

  • 08:00 น. : เริ่มต้นวันด้วยน้ำเปล่า 1 แก้วใหญ่ + กาแฟดำหรือชาเขียว (ไม่ใส่น้ำตาล/นม) เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญ

  • 10:00 น. : Bone Broth แก้วที่ 1 (ประมาณ 200-300 ml) 

  • 13:00 น. : Bone Broth แก้วที่ 2 ช่วงบ่ายถ้ารู้สึกหิว ให้ดื่มน้ำโซดา (Sparkling Water) หรือ น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยให้อิ่มท้องได้ดีมาก

  • 16:00 น. : Bone Broth แก้วที่ 3 (ถ้าหิวมาก หรือรู้สึกเพลีย สามารถเติมเกลือชมพูเล็กน้อยได้ เพื่อเติมแร่ธาตุ)

  • ระหว่างวัน: ดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อย 2-3 ลิตร สำคัญมาก! เพราะร่างกายกำลังขับของเสีย

Phase 3: จบงาน (Breaking the Fast)

  • 19:00 น. : จบการ Fasting ครบ 24 ชม.!

  • สำคัญ: อย่าเพิ่งจัดหนักด้วยพิซซ่าหรือข้าวมันไก่ทันที เพราะลำไส้เพิ่งตื่น

  • เมนูแนะนำ: เริ่มทาน “Soft Food” เช่น ไข่ตุ๋น, ซุปผักปั่น, ปลานึ่ง, หรืออะโวคาโด เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว

การทำ Bone Broth Fasting เป็นเหมือนการกดปุ่ม Factory Reset ให้ร่างกายได้เคลียร์ไฟล์ขยะ (สารพิษ) และซ่อมแซมระบบปฏิบัติการ (ลำไส้และตับ) ให้กลับมาทำงานลื่นไหล ผลลัพธ์ที่ได้คือพุงยุบ ตัวเบา สมองใส และพลังงานที่กลับมาเต็มเปี่ยมพร้อมลุยโปรเจกต์ใหม่รับต้นปีค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง (References):

1. ประโยชน์รวมของ “น้ำต้มกระดูก” (ครอบคลุมเรื่องสารอาหาร, ลำไส้, ข้อต่อ)

  • แหล่งข้อมูล: WebMD (เว็บไซต์ข้อมูลสุขภาพชั้นนำ)

  • ชื่อบทความ: Health Benefits of Bone Broth

  • Link ที่ถูกต้อง: https://www.webmd.com/diet/health-benefits-bone-broth

    • (สนับสนุนเนื้อหาว่าในน้ำต้มกระดูกมีคอลลาเจน กรดอะมิโน และแร่ธาตุที่จำเป็น)

2. เจาะลึก “Glutamine (กลูตามีน)” กับการซ่อมแซมผนังลำไส้ (Gut Healing)

  • แหล่งข้อมูล: Healthline (บทความที่ตรวจสอบโดยแพทย์)

  • ชื่อบทความ: Glutamine: Benefits, Uses and Side Effects

  • Link ที่ถูกต้อง: https://www.healthline.com/nutrition/glutamine

    • (สนับสนุนเนื้อหาในหัวข้อที่ 1 ว่ากลูตามีนเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของเซลล์ลำไส้ และช่วยเรื่องสุขภาพทางเดินอาหาร)

3. เจาะลึก “Glycine (ไกลซีน)” กับการต้านการอักเสบและปกป้องเซลล์ (Liver Support)

  • แหล่งข้อมูล: PubMed (ฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ NIH)

  • ชื่องานวิจัย (Review): Multifarious Beneficial Effect of Nonessential Amino Acid, Glycine: A Review (Omoniwa et al., 2017)

  • Link ที่ถูกต้อง: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28337245/

    • (งานวิจัยสรุปคุณสมบัติของไกลซีนในการต้านการอักเสบและปกป้องเซลล์ ซึ่งสนับสนุนแนวคิดการช่วยซัพพอร์ตการทำงานของตับ)

4. แนวคิดเรื่องการทำ Intermittent Fasting เพื่อพักระบบร่างกาย

  • แหล่งข้อมูล: Harvard Health Publishing (มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด)

  • ชื่อบทความ: Intermittent fasting: The positive news continues

  • Link ที่ถูกต้อง: https://www.health.harvard.edu/blog/intermittent-fasting-surprising-update-2018062914156

    • (สนับสนุนแนวคิดพื้นฐานว่าการเว้นช่วงการทานอาหาร (Fasting) มีประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญ)

Categories
Bone Broth Gut-Brain Connection Lifestyle Mind-Body Connection Nutrition Sleep

เครียดจนนอนไม่หลับ? จิบ ‘Bone Broth’ แก้วเดียว กู้ร่างพังให้ปังข้ามคืน

เคยเป็นไหมคะ? เหนื่อยมาทั้งวัน ร่างกายเพลียจะแย่ แต่พอล้มตัวลงนอนปุ๊บ... ตาสว่างปั๊บ! สมองเจ้ากรรมดันรันงานพรีเซนต์ของพรุ่งนี้ไม่หยุด หรือบางทีก็เผลอไถมือถือดูโซเชียลยาวไปจนตีสอง อาการนี้เขาเรียกว่า "Tired but Wired" หรือ "เหนื่อยแต่ตื่นตัว" ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของชาวออฟฟิศที่มีความเครียดสะสมและฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ค้างสูงค่ะ

หลายคนพยายามแก้ด้วยการดื่มนมอุ่น ๆ หรือแย่กว่านั้นคือพึ่งพาแอลกอฮอล์เพื่อให้หลับ แต่รู้ไหมคะว่านั่นอาจจะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุและอาจทำลายคุณภาพการนอนของคุณโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Bone Broth (น้ำซุปกระดูก) ในมุมมองใหม่ ไม่ใช่แค่ซุปทำแกงจืด แต่คือ “Superfood เพื่อการพักผ่อน” ที่ชาว Biohacker ทั่วโลกกำลังฮิตกันสุด ๆ ค่ะ

1. ทำไม "นมอุ่น" อาจไม่ใช่คำตอบของทุกคน?

ก่อนจะไปถึงฮีโร่ของเรา ขอแวะทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมวิธีเดิม ๆ ถึงอาจไม่ได้ผล

  • น้ำตาลแฝง (Lactose & Sugar): นมวัวมีน้ำตาลแลคโตส ซึ่งกระตุ้นอินซูลิน การที่อินซูลินพุ่งสูงก่อนนอนจะไปยับยั้งการหลั่ง Growth Hormone (ฮอร์โมนชะลอวัยและซ่อมแซมร่างกาย) ทำให้เราพลาดช่วงเวลาทองของการฟื้นฟูตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย

  • อาการท้องอืด: ผู้ใหญ่ชาวเอเชียจำนวนมากมีภาวะย่อยแลคโตสได้ไม่ดี (Lactose Intolerance) กินแล้วท้องอืด แน่นท้อง นอนไม่สบายตัวกว่าเดิม

2. Glycine: กุญแจลับสู่การ "ปิดสวิตช์" ระบบประสาท

  • ลดอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย (Core Body Temperature): ธรรมชาติของร่างกายเราจะหลับได้ดีที่สุดเมื่ออุณหภูมิตัวลดต่ำลง ไกลซีนทำหน้าที่ขยายหลอดเลือดบริเวณผิวหนังเพื่อระบายความร้อน ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมด “Cool Down” พร้อมหลับได้เร็วกว่าปกติ
  • เพิ่มคุณภาพการหลับลึก (Deep Sleep Promoter): ไกลซีนช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาท ลดความฟุ้งซ่าน ทำให้เราเข้าสู่ระยะ REM Sleep และ Deep Sleep ได้ดีขึ้น ซึ่งระยะนี้แหละค่ะที่สมองจะทำการ “ล้างพิษ” และจัดระเบียบความทรงจำ ตื่นมาแล้วจะรู้สึกหัวโล่ง เฟรชจริง ไม่มึนงง

3. Gut-Brain Axis: แก้ "เครียดลงกระเพาะ" ต้นตอของการนอนไม่หลับ

เคยสังเกตไหมคะ เวลาเครียด ๆ เรามักจะปวดท้อง หรือท้องไส้ปั่นป่วน? นี่คือการทำงานของ Gut-Brain Axis หรือแกนสมองและลำไส้ที่เชื่อมถึงกัน

  • วงจรอุบาทว์: ความเครียดทำลายเยื่อบุลำไส้ -> ลำไส้อักเสบและเกิดภาวะลำไส้รั่ว (Leaky Gut) -> ลำไส้ส่งสัญญาณความเครียดกลับไปที่สมอง -> สมองตื่นตัว นอนไม่หลับ

  • Bone Broth คือกาวใจ: คอลลาเจน, เจลาติน, และกลูตามีนในน้ำซุป ทำหน้าที่เหมือน “กาว” ที่เข้าไปซ่อมแซมผนังลำไส้ ลดการอักเสบ เมื่อลำไส้สงบ (Calm Gut) มันจะส่งสัญญาณความปลอดภัยกลับไปที่สมอง ช่วยลดความวิตกกังวล (Anxiety) ได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

The Ritual: สร้างพิธีกรรมก่อนนอน (Bedtime Routine)

การดื่ม Bone Broth จะได้ผลดีที่สุดเมื่อทำร่วมกับการปรับพฤติกรรมค่ะ ลองทำตามสเต็ปนี้ดูนะคะ:

  1. 60 นาทีก่อนนอน: หยุดกินอาหารหนัก และเริ่มอุ่น Bone Broth

  2. Digital Detox: วางมือถือ ปิดทีวี แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะไปยับยั้งเมลาโทนิน

  3. Sip & Breathe: นั่งในที่เงียบ ๆ หรือเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ จิบโบนบรอธช้า ๆ รับรู้ความอุ่นที่ไหลผ่านคอลงสู่ท้อง หายใจเข้าลึก ๆ

  4. สังเกตตัวเอง: คุณจะเริ่มรู้สึกหนังตาหนัก ร่างกายผ่อนคลาย และพร้อมจะทิ้งตัวลงนอนภายใน 30 นาทีหลังดื่ม

บทสรุป: การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือ "การนอน"

ในโลกที่วุ่นวาย การนอนหลับที่มีคุณภาพคือรากฐานของสุขภาพดี ผิวสวย และสมองที่เฉียบคมค่ะ Bone Broth ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นอาหารที่เข้าใจกลไกธรรมชาติของร่างกายเราที่สุด

คืนนี้ ลองเปลี่ยนจากไถมือถือหรือดื่มแอลกอฮอล์ มาจิบซุปอุ่น ๆ สักแก้วดูนะคะ ให้รางวัลร่างกายที่ทำงานหนักมาทั้งวันด้วยการพักผ่อนที่แท้จริง แล้วคุณจะแปลกใจว่า... การตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่นแบบเต็มร้อย มันรู้สึกดีขนาดไหน!

ข้อมูลอ้างอิง (References):

  1. Sleep Foundation: Nutrition and Sleep – How what you eat affects your sleep.
  2. Harvard Health Publishing: The gut-brain connection.
  3. PubMed (Journal of Pharmacological Sciences): New therapeutic strategy for amino acid medicine: glycine improves the quality of sleep.


 

Categories
Bone Broth Gut-Brain Connection Intermittent Fasting Lifestyle Nutrition Sleep

Bone Broth: ‘ยาอายุวัฒนะ’ ฉบับ Biohacking เพิ่มพลังงาน & โฟกัสให้คนทำงานยุคใหม่

กาแฟก็แล้ว เอเนอร์จี้ดริงก์ก็แล้ว แต่ทำไมพลังงานยังตก?

คุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องพึ่งพากาแฟแก้วที่สองหรือสามเพื่อประคองตัวเองในช่วงบ่ายไหมคะ? อาการ Brain Fog (สมองตื้อคิดไม่ออก), ความอ่อนล้าสะสม, และการขาดสมาธิ คือศัตรูตัวฉกาจของคนทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด หากคุณกำลังมองหา ‘แหล่งพลังงานทางเลือก’ ที่ช่วยบูสต์ร่างกายและสมองแบบนุ่มนวล แต่ให้ผลลัพธ์ยาวนาน Bone Broth (โบนบรอธ หรือซุปน้ำต้มกระดูก) คือกุญแจสำคัญที่นัก Biohacker ทั่วโลกยกให้เป็นเครื่องดื่มทองคำ!

โบนบรอธไม่ใช่แค่ ‘ซุป’ แต่มันคืออาหารบำรุงลึกถึงระดับเซลล์ ที่ช่วยให้คุณเพิ่ม Productivity ในวันทำงานที่วุ่นวายได้อย่างน่าทึ่ง เรามาดูกันว่าของเหลวสีทองนี้ทำงานอย่างไร และจะนำมาปรับใช้ในการทำงานของเราได้อย่างไรบ้างค่ะ

ไขรหัส Biohacking ทำไม Bone Broth จึงเป็น Superpower Drink

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Bone Broth ถูกจัดเป็นเครื่องมือ Biohacking ชั้นดี คือส่วนประกอบทางโภชนาการที่เข้มข้น ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายและสมองโดยตรง:

1. Glycine: ฮีโร่แห่งการนอนหลับและลดความเครียด

Bone Broth อุดมไปด้วย กรดอะมิโนไกลซีน (Glycine) ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิตและการทำงาน:

  • ลดอาการ Brain Fog: ไกลซีนทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทแบบยับยั้ง (Inhibitory Neurotransmitter) ที่ช่วยให้คลื่นสมองสงบลง ลดความตึงเครียดของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้สมองปลอดโปร่งและมีสมาธิดีกว่าเดิม

  • ปรับปรุงคุณภาพการนอน: งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การบริโภคไกลซีนก่อนนอนช่วยลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายลงเล็กน้อย ทำให้การเข้าสู่ภาวะหลับลึก (Deep Sleep) ง่ายขึ้น เมื่อนอนหลับมีคุณภาพ ก็จะช่วยลดความเหนื่อยล้าในวันถัดไปได้เป็นอย่างดี

2. Collagen & Gelatin: พลังงานสะอาดที่อิ่มนาน เพื่อนแท้ชาว IF

สำหรับชาว Intermittent Fasting (IF) หรือคนที่ต้องการควบคุมน้ำตาล โบนบรอธคือเพื่อนซี้ที่ดีที่สุดค่ะ

  • แหล่งพลังงาน Zero Carb: โบนบรอธบริสุทธิ์มีโปรตีน คอลลาเจน และไขมันที่ดี แต่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลต่ำมาก จึงไม่กระตุ้นอินซูลิน (Insulin) มากนัก และไม่ทำให้คุณหลุดจากภาวะ Ketosis (หากทำ Keto) หรือช่วง Fasting

  • อิ่มนานและคงที่: เจลาตินจากคอลลาเจนช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นมาก จึงช่วยควบคุมความอยากอาหารและรักษาระดับพลังงานให้คงที่ตลอดช่วงทำงาน ไม่เกิดอาการหิวโหยหรือ “พลังงานตก” ในช่วงบ่าย

3. Gut-Brain Axis: เมื่อลำไส้ดี สมองก็ตื่นตัว

โบนบรอธมีคุณสมบัติในการช่วยซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้ที่เสียหาย (Leaky Gut) ซึ่งเกิดได้จากความเครียดเรื้อรังและการทานอาหารที่ไม่ดี

  • ลดการอักเสบในลำไส้: เมื่อลำไส้มีสุขภาพดี การดูดซึมสารอาหารก็จะดีขึ้น และลดการอักเสบที่อาจส่งสัญญาณลบไปยังสมอง (ผ่าน Gut-Brain Axis) เมื่อการอักเสบลดลง ความชัดเจนในการคิด (Mental Clarity) และอารมณ์ก็จะดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ

วิธีใช้ Bone Broth เป็นเครื่องมือ Biohacking สำหรับคนทำงาน

  1. แทนที่กาแฟยามเช้า (The Morning Ritual): ลองเปลี่ยนจากการดื่มกาแฟแก้วแรกเป็นโบนบรอธอุ่น ๆ ดูค่ะ มันจะให้ความรู้สึกอิ่มสบาย พร้อมโปรตีนเบา ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และสมอง โดยไม่มีอาการใจสั่นเหมือนคาเฟอีน

  2. เครื่องดื่มบำรุงสมองช่วงบ่าย (The Afternoon Slump Buster): แทนที่จะพึ่งพาเครื่องดื่มน้ำตาลสูง ลองจิบโบนบรอธร้อน ๆ ในช่วงที่เริ่มรู้สึกง่วงหลังมื้อเที่ยง มันช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น เพื่อดึงพลังงานกลับมาโดยไม่กระตุ้นอินซูลิน

  3. เครื่องดื่มก่อนนอน (The Sleep Optimizer): ดื่มโบนบรอธอุ่น ๆ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายได้รับไกลซีนไปช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้คุณตื่นมาพร้อมความสดชื่นเต็มที่

Bone Broth คือสุดยอดเครื่องมือ Biohacking ที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติที่สุด ที่ช่วยให้คนทำงานอย่างเราก้าวข้ามขีดจำกัดด้านพลังงานและสมาธิได้ ด้วยคุณสมบัติในการบำรุงลำไส้ ปรับปรุงการนอน และให้แหล่งพลังงานที่คงที่ ทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดวัน

ภารกิจสัปดาห์นี้: ลองหา Bone Broth คุณภาพดีมาจิบแทนกาแฟช่วงบ่ายสัก 3 วัน แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับพลังงานและสมาธิของคุณดูนะคะ!

ข้อมูลอ้างอิง (References):

  1. Kawasaki, T., et al. (2017). Glycine ingestion improves sleep quality in subjects with insomnia. The Open Sleep Journal.
  2. Proksch, E., et al. (2014). Oral intake of specific bioactive collagen peptides reduces skin wrinkles and increases dermal matrix synthesis. Skin Pharmacology and Physiology.
  3. WebMD, Harvard Health Publishing, and Healthline articles on the benefits of Glycine and Bone Broth for gut health and sleep.
Categories
Gut-Brain Connection Nutrition

คอกาแฟเฮ…ดื่มกาแฟดีต่อสุขภาพประชากรจุลินทรีย์ทางเดินอาหาร

ข้อมูลจาก British Coffee Association พบว่า ในแต่ละวันผู้คนทั่วโลกดื่มกาแฟประมาณ 2 พันล้านถ้วยเพื่อการเริ่มวันใหม่อย่างมีพลัง แต่ว่า…การดื่มกาแฟของเรามีผลอต่อสุขภาพประชากรจุลินทรีย์ทางเดินอาหารอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบค่ะ
 
คนอเมริกัน 60% ดื่มกาแฟอย่างน้อยหนึ่งแก้วต่อวัน ในขณะที่เราหวังพึ่งกาแฟเพื่อให้รู้สึกตื่นตัว มีหลักฐานงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการดื่มกาแฟมีประโยชน์ต่อสุขภาพกว้างขวางมากกว่าที่เราคิด ได้แก่ ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน หัวใจ พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ และมะเร็งหลายประเภท
 
แต่เคยสงสัยไหมคะว่า กาแฟส่งผลอย่างไรบ้างต่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร เราได้พูดคุยเรื่องนี้กับ Dr.Nicola Segata จากมหาวิทยาลัยเทรนโต้ ประเทศอิตาลี ถึงผลของกาแฟต่อสุขภาพทางเดินอาหาร ซึ่งข้อมูลนี้ได้จากงานวิจัยชื่อ PREDICT

PREDICT งานวิจัยด้านโภชนาการส่วนบุคคลเชิงลึกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

PREDICT  หรือ Personalized Responses to Dietary Composition Trial (PREDICT) เป็นซีรีส์โครงการงานวิจัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาเชิงลึกว่าทำไมและอย่างไรมนุษย์แต่ละคนจึงตอบสนองต่ออาหารชนิดเดียวกันแตกต่างกัน การศึกษาเชิงลึกนี้จำเป็นต้องใช้ตัวอย่างผู้เข้ารับงานวิจัยจำนวนมาก PREDICT จึงกลายเป็นงานวิจัยด้านโภชนาการส่วนบุคคลเชิงลึกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
 
PREDICT เกิดจากความร่วมมือของนักวิจัยจาก 4 สถาบันการศึกษาที่สำคัญของโลกคือ Massachusetts General Hospital, King’s College London, Stanford School of Medine และ Harvard T.H. Chan School of Public Health โดยการนำของ Prof.Tim Spector ผู้ร่วมก่อตั้ง TwinUK, Zoe
 
PREDICT เริ่มต้นงานวิจัยในปีพ.ศ. 2561 ขณะนี้ PREDICT ได้ดำเนินงานวิจัยในซีรีส์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว 2 โปรแกรม คือ PREDICT-1 และ PREDICT-2 ส่วน PREDICT-3 กำลังดำเนินงานวิจัยอยู่ ซึ่งน่าสนใจทั้ง 3 งานวิจัย ซึ่งพี่ปุ๋มจะได้นำแต่ละโครงการมาสรุปให้พวกเราได้อ่าน/ฟังกันในโอกาสต่อไปค่ะ)

Dr.Nicola ให้ข้อมูลกับพวกเราว่า

กลับมาที่บทความนี้ค่ะ ในบทความนี้ Dr.Nicola ให้ข้อมูลกับพวกเราว่า
1. มีชีวโมเลกุลอะไรบ้างในกาแฟที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของมนุษย์
2. การดื่มกาแฟมีประโยชน์อะไรบ้างต่อสุขภาพทางเดินอาหาร
3. การค้นพบที่น่าตื่นเต้นจากงานวิจัย PREDICT เกี่ยวกับกาแฟต่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารคืออะไร

กาแฟส่งผลต่อสุขภาพทางเดินอาหารอย่างไร

มีชีวโมเลกุลหลายพันชนิดในกาแฟ ตัวที่รู้จักกันมากที่สุดคือคาเฟอีน ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงาน แต่ยังมีชีวโมเลกุลตัวอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีก เช่น วิตามินบี 12 แมกนีเซียม และโพลีฟีนอลหลายชนิด ชีวโมเลกุลเหล่านี้ส่งผลต่อทางเดินอาหารอย่างไรบ้าง
 
หนึ่งในฤทธิ์ของกาแฟที่ชัดเจนคือ ความสามารถในการขยับเขยื้อนสิ่งที่อยู่ในทางเดินอาหารให้เคลื่อนผ่านตลอดเส้นทาง คาเฟอีนสามารถกระตุ้นการบีบตัวกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร ในขณะที่ชีวโมเลกุลอื่นกระตุ้นการผลิตกรดเกลือในกระเพาะอาหาร ซึ่งทั้งสองฤทธิ์นี้จะช่วยเคลื่อนอาหารให้ผ่านทางเดินอาหารตลอดเส้นทางอย่างรวดเร็ว
 
คุณอาจเป็นคนหนึ่งซึ่งหลังจากดื่มกาแฟแล้วจะต้องรีบเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะมีอาการแบบนี้อยู่คนเดียว เพราะว่าราว 30% ของคนที่ดื่มกาแฟจะต้องเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายภายใน 30 นาที
 
นอกจากนั้นกาแฟยังมีโมเลกุลต้านอักเสบอยู่อีกด้วย ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร โดยป้องกันปฏิกิริยาอักเสบภายในทางเดินอาหาร ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับโรคเรื้อรังหลายชนิด

กาแฟส่งผลต่อประชากรจุลินทรีย์ทางเดินอาหารอย่างไร

ประชากรจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหารมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพรวมของมนุษย์ ประชากรจุลินทรีย์ส่งผลกระทบในการตอบสนองต่ออาหารของคนแต่ละคนเป็นอย่างมาก ดังนั้นการกินอาหารเพื่อสนับสนุนสุขภาพ เราจึงต้องทำความเข้าใจว่า อาหารที่เรากิน เครื่องดื่มที่ดื่ม มีผลอย่างไรต่อประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร
 
Dr.Nicola กล่าวว่าข้อมูลจากงานวิจัย PREDICT พบความสัมพันธ์ชัดเจนระหว่างการดื่มกาแฟและสัดส่วนของประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร คนที่ดื่มกาแฟมีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายของประชากรจุลินทรีย์สูงกว่า คนที่ไม่ดื่ม
 
นอกจากนั้นเรายังพบว่า ความสัมพันธ์ของการดื่มกาแฟต่อความหลากหลายของประชากรจุลินทรีย์ทางเดินอาหาร มีลักษณะขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่มกาแฟ คนที่ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายของประชากรจุลินทรีย์สูงกว่าคนที่ดื่มกาแฟน้อยกว่าหรือไม่ดื่มเลย
 
ความหลากหลายของประชากรจุลินทรีย์ (มีสายพันธุ์แบคทีเรียหลากหลายชนิดกว่า) เป็นตัวบ่งชี้สุขภาพทางเดินอาหาร เพราะนั่นหมายถึงร่างกายมีชุมชนจุลินทรีย์ที่ทรหด มีประสิทธิภาพในการต่อกรกับอะไรก็ตามที่จะบุกรุกเข้ามาในทางเดินอาหาร ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ความหลากหลายของประชากรจุลินทรีย์ทางเดินอาหารเกี่ยวพันกับการลดความเสี่ยงโรคอ้วนและโรคเรื้อรังอื่นๆด้วย

กลไกในกาแฟ ที่เพิ่มความหลากหลายของประชากรจุลินทรีย์ทางเดินอาหาร

กาแฟมีสารกลุ่มโพลีฟีนอลและใยอาหารที่ละลายน้ำได้หลายชนิด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นอาหารชั้นดีต่อประชากรจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ จึงเพิ่มความหลากหลายให้ประชากรจุลินทรีย์ และเพิ่มกิจกรรมของประชากรจุลินทรีย์ดี
 
นอกจากนั้นกาแฟยังมีสารต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งช่วยลดปริมาณประชากรจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี และแบคทีเรียก่อโรค จึงช่วยส่งเสริมประชากรจุลินทรีย์ที่ดีโดยปริยาย

จากข้อมูลเรื่องผลของกาแฟต่อประชากรจุลินทรีย์ที่ได้จากงานวิจัย PREDICT จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะเลิกดื่มกาแฟ (ส่วนใครที่ไวต่อคาเฟอีน ก็ควรดื่มกาแฟให้เสร็จสิ้นก่อนบ่าย 2 โมงนะคะ จะได้ไม่เกิดปัญหานอนไม่หลับ-พี่ปุ๋ม) เพราะนอกจากจะรื่นรมย์กับชีวิตแล้ว ประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารของเราก็รื่นรมย์ไปกับการดื่มกาแฟของเราด้วย ว่าแล้วพี่ปุ๋มก็ขอตัวไปทำลาเต้ร้อนดื่มสักแก้วดีกว่าค่ะ

แหล่งข้อมูล :
Categories
Gut-Brain Connection Lifestyle Nutrition

5 สัญญาณที่บ่งชี้สุขภาพทางเดินอาหาร

ไลฟ์ระยะหลัง (ราวๆ 6 ไลฟ์ ชมไลฟ์ทาง YouTube ในลิงค์ท้ายบทความ) พี่มักจะสรุปข้อมูลจากหนังสือสุขภาพ textbooks หรืองานวิจัยดีๆ ที่แสดงให้เห็นความเกี่ยวพันระหว่างประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารกับอวัยวะต่างๆ ซึ่งนำไปสู่ความมีสุขภาพดีองค์รวม
 
ไลฟ์ # 29 ที่เพิ่งผ่านไป มีข้อมูลว่าทางเดินอาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายอย่างเป็นองค์รวม เพราะ เป็นเพียงอวัยวะเดียวที่
 
1. มีระบบประสาทเป็นของตัวเอง (Enteric Nervous System) ที่สามารถสื่อสารเชื่อมโยงกับทุกอวัยวะในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมอง
 
2. มีระบบต่อมไร้ท่อที่ถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในร่างกายผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับระบบเมตาบอลิสม นอกจากนั้นยังเป็นที่ผลิตโมเลกุลส่งสัญญาณสำคัญที่เป็น by products ของประชากรจุลินทรีย์อีกด้วย
 
3. 70% ของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอยู่ที่ทางเดินอาหาร จึงถือเป็นอวัยวะสร้างภูมิคุ้มกันที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย เนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่วางตัวอยู่ตลอดทางเดินอาหารเรียกว่า Peyer’s Patch

ดังนั้นระบบทางเดินอาหารที่มีสุขภาพดี ย่อมหมายถึงการทำหน้าที่ของระบบประสาท ระบบต่อมไร้ท่อที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงาน และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อย่างสมบูรณ์

บทความนี้จาก Zoe ซึ่งเป็นองค์กรสุขภาพที่ตั้งขึ้นโดย Prof.Tim Spector นักระบาดวิทยาด้านพันธุกรรมแห่ง King’s College ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมในฝาแฝด (TwinUK Registry) โภชนาการ และประชากรจุลินทรีย์ ประกอบด้วยทีมวิจัย ซึ่งมุ่งเน้นที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่า “Every gut is different” มีโภชนาการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Personalized Diet) โดยขึ้นอยู่กับความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ของประชากรจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร
 
กลับมาที่บทความนี้กันค่ะ เชิญชวนพวกเราเช็ค 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าทางเดินอาหารเรามีสุขภาพดีหรือไม่ดังนี้

1. คุณอุจจาระบ่อยแค่ไหน

ให้มองหารูปแบบที่เรียกว่า “3 และ 3” (Three and Three) นั่นคือความถี่ในการอุจจาระควรอยู่ระหว่าง 3 ครั้งต่อวัน ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าเรามีความถี่ในการถ่ายอุจจาระอยู่ระหว่างนี้ก็ถือได้ว่าผ่านสัญญาณที่ 1 ค่ะ นอกจากนั้นการถ่ายอุจจาระควรเกิดขึ้นระหว่างวัน ถ้าพบว่าต้องตื่นมากลางดึกเพื่อถ่าย นั่นเป็นสัญญาณไม่ค่อยดีนัก หากเกิดขึ้นเป็นประจำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

2. ระยะเวลาตั้งแต่กินอาหารจนถึงขับถ่ายออกมา (Gut Transit Time-GTT)

ระยะเวลานี้ไม่ควรเร็วหรือช้าเกินไป งานวิจัยพบว่า GTT แตกต่างค่อนข้างมากในแต่ละคน โดยระยะเวลาเฉลี่ยคือประมาณ 28 ชั่วโมง

3. ลักษณะทางกายภาพของอุจจาระ

สี รูปร่าง ความสม่ำเสมอ เป็นร่องรอยสำคัญที่บ่งชี้ถึงสุขภาพทางเดินอาหาร ทางเดินอาหารที่มีสุขภาพดีนั้น อุจจาระจะมีสีอยู่ระหว่างน้ำตาลเข้มปานกลางถึงน้ำตาลเข้ม ถ้าพบว่าอุจจาระมีสีเขียว ดำ แดง หรือเหลือง โดยที่คุณไม่ได้กินพืชที่มีสีเข้มจัดเช่นบีทรูท แสดงถึงความผิดปกติของทางเดินอาหารซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
 
อุจจาระที่บ่งบอกว่าทางเดินอาหารมีสุขภาพดีควรมีลักษณะเหมือนไส้กรอกที่นุ่มแต่แน่น และขับถ่ายออกมาครั้งเดียว หรือเป็นชิ้นสักสองสามชิ้น และควรจมน้ำ
 
เมื่อใดก็ตามที่อุจจาระมีลักษณะแข็งมาก เป็นก้อนเล็กๆที่บ่งบอกถึงอาการท้องผูก มีลักษณะเหลวหรือเป็นน้ำเหมือนในขณะที่ท้องเสีย และลอยน้ำ อาจหมายถึงมีปริมาณไขมันที่ไม่ย่อยปนอยู่มาก นั่นบ่งบอกถึงสุขภาพทางเดินอาหารที่ไม่ค่อยดีนัก

4. การถ่ายอุจจาระควรปราศจากความเจ็บปวด

การถ่ายอุจจาระได้อย่างสบายเป็นสัญญาณของการมีสุขภาพทางเดินอาหารที่ดี แต่ถ้าการขับถ่ายนั้นเต็มไปด้วยการเจ็บปวด รู้สึกยากลำบากในขณะถ่าย อาจเป็นสัญญาณของอาการท้องผูก อาหารเป็นพิษ ลำไส้แปรปรวน หรือสภาวะโรคบางอย่างซึ่งควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม

5. ก๊าซในทางเดินอาหาร

ก๊าซในทางเดินอาหารถือเป็นเรื่องธรรมชาติของการมีประชากรจุลินทรีย์จำนวนหลายล้านล้านล้านตัว ซึ่งกินอาหารและปล่อยก๊าซออกมา ในผู้ที่มีสุขภาพทางเดินอาหารดีนั้น แต่ละวันจะผายลมระหว่าง 10 ถึง 20 ครั้ง การอั้นการผายลมเอาไว้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หลังอาหารมื้อใหญ่อาจทำให้คุณรู้สึกมีก๊าซในทางเดินอาหารและท้องอืดบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ และมีอาหารบางประเภทที่ทำให้เกิดก๊าซมากกว่าปกติ ถ้าการท้องอืดมีก๊าซมากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

การจัดอาหารให้เหมาะสมกับประชากรจุลินทรีย์ที่อยู่ในทางเดินอาหารของแต่ละคน (Personalized Nutrition) เป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจมากค่ะ นอกจาก Zoe จะเริ่มทำงานวิจัยออกมาหลายฉบับแล้ว ยังผลิต Kit set และโปรโตคอล ที่ช่วยให้ประชาชนทั่วไปสามารถระบุชนิดของประชากรจุลินทรีย์ที่อยู่ในทางเดินอาหารได้ ด้วยการส่งอุจจาระไปให้ Zoe วิเคราะห์โดยใช้เทคโนโลยีในการระบุยีนของประชากรจุลินทรีย์ รวมทั้งให้คำแนะนำถึงอาหารที่เหมาะสมกับ ประชากรจุลินทรีย์ของคนๆนั้น

ซึ่งพี่ปุ๋มจะนำงานวิจัยและบทความจาก Zoe มาสรุปให้พวกเราอ่าน/ฟังกันบ่อยขึ้นในโอกาสต่อไปค่ะ ขอความมีสุขภาพกายใจที่ดี จงสถิตเป็นทรัพย์สินที่มั่งคั่งสำหรับทุกคน

แหล่งข้อมูล :